
ฉนวนแต่ละประเภทกับการใช้งานเมทัลชีท เลือกแบบไหนให้บ้านเย็นและคุ้มค่าที่สุด
เปรียบเทียบชัดๆ ระหว่าง PU Foam, PE Foam และฉนวนใยแก้ว (Glasswool)
การเลือกหลังคาเมทัลชีทให้เหมาะกับสภาพอากาศร้อนจัดของประเทศไทย ปัจจัยสำคัญที่สุดคือการเลือกชนิดของฉนวนกันความร้อนและกันเสียงให้ตรงกับลักษณะการใช้งานของอาคาร โดยฉนวนที่นิยมใช้งานร่วมกับแผ่นเมทัลชีทในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก
1. ฉนวนโพลียูรีเทนโฟม (PU Foam): เป็นฉนวนเกรดพรีเมียมที่ฉีดติดเข้ากับใต้แผ่นเมทัลชีทโดยตรงจากโรงงาน ความหนาแน่น 30-35 kg/ลบ.ฟุต เกรด F ไม่ลามไฟ ปิดทับด้วยฟอยล์อลูมิเนียมหรือท้องลายไม้ มีประสิทธิภาพกันความร้อนและลดเสียงฝนตกได้ดีที่สุด อายุการใช้งานยาวนานกว่า 20 ปี ไม่หลุดร่อน
2. ฉนวนใยแก้ว (Glasswool เช่น SCG STAY COOL 3 นิ้ว / ตราเพชร VERY COOL 2 นิ้ว): เหมาะสำหรับปูเหนือฝ้าเพดานฉาบเรียบหรือฝ้าทีบาร์ หุ้มด้วยฟอยล์สะท้อนความร้อนรอบด้าน ช่วยสกัดกั้นความร้อนจากโถงหลังคาไม่ให้ลงสู่ห้องพักอาศัย และช่วยซับเสียงได้ดีเยี่ยม
3. ฉนวนโพลีเอทิลีนโฟม (PE Foam): มีลักษณะเป็นแผ่นโฟมบางเคลือบฟอยล์รีดติดใต้แผ่นเมทัลชีท ราคาประหยัด เหมาะสำหรับโรงจอดรถ โกดัง หรืออาคารที่เน้นงบประมาณคุ้มค่า
- PU Foam หนา 1 นิ้ว กันความร้อนและลดเสียงฝนได้ดีที่สุด พร้อมท้องแผ่นสวยงามไม่ต้องตีฝ้าซ้ำ
- ฉนวนใยแก้ว SCG STAY COOL 3 นิ้ว (389 บาท/ม้วน) เหมาะกับบ้านที่มีโถงฝ้าเพดาน
- ฉนวนใยแก้ว ตราเพชร VERY COOL 2 นิ้ว (239 บาท/ม้วน) คุ้มค่าสำหรับงานต่อเติมและห้องทั่วไป



